
ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตา พระเจ้าพรหมทัตผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความผาสุก แต่แล้ว ความเศร้าโศกก็ปกคลุมพระราชวัง เมื่อพระมเหสีของพระองค์ทรงประชวรหนัก จนแพทย์หลวงก็สิ้นปัญญา
วันคืนล่วงเลยไป พระมเหสีก็ยังคงทรงอ่อนแอลงทุกวัน พระองค์ทรงทราบดีว่าความตายใกล้เข้ามา พระองค์ทรงเรียกพระเจ้าพรหมทัตมาข้างเตียงบรรทม ดวงตาที่เคยฉายแววสดใส บัดนี้มีริ้วรอยแห่งความเจ็บปวดและอ่อนแรง
“ข้าแต่พระสวามี” พระมเหสีตรัสเสียงแผ่ว “ข้าพระองค์คงจะอยู่กับท่านได้ไม่นานนัก”
พระเจ้าพรหมทัตทรงบีบพระหัตถ์ของพระมเหสีไว้แน่น น้ำพระเนตรเอ่อคลอ
“อย่าตรัสเช่นนั้นเลยนะที่รัก พระองค์จะต้องหายดี”
“ข้าพระองค์รู้ดี” พระมเหสีถอนหายใจแผ่วเบา “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าพระองค์ยังกังวลใจ หากข้าพระองค์จากไปแล้ว ท่านจะทรงเลี้ยงดูพระโอรสของเราอย่างไร พระองค์ทรงเป็นพระโอรสเพียงองค์เดียวของเรา”
พระเจ้าพรหมทัตทรงรับปากทันที
“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ข้าจะดูแลพระโอรสของเราให้ดีที่สุด จะทรงเลี้ยงดูให้เป็นกษัตริย์ที่ดีต่อไป”
แต่แล้ว พระมเหสีก็ทรงเรียกพระโอรสเข้ามาใกล้ เมื่อพระกุมารเสด็จเข้ามา พระองค์ทรงมีพระวรกายผอมบาง ดวงพระพักตร์ซีดเซียว แต่ดวงพระเนตรยังคงฉายแววเฉลียวฉลาด
“เจ้ากุมาร” พระมเหสีตรัส “แม่จะไม่อยู่แล้วนะ เจ้าต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังพระบิดาของเจ้า และจงหมั่นศึกษาเล่าเรียน”
พระกุมารทรงพยักหน้ารับ พระองค์ทรงทราบว่าพระมารดาจะต้องจากไป
หลังจากพระมเหสีสิ้นพระชนม์ ความโศกเศร้าก็ปกคลุมพระราชวังอย่างหนัก พระเจ้าพรหมทัตทรงจมอยู่กับความเสียใจ แต่ก็ทรงต้องเข้มแข็งเพื่อพระโอรส
พระกุมารทรงเติบโตขึ้นภายใต้การดูแลของพระบิดา พระองค์ทรงเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบดีเยี่ยม ทรงหมั่นศึกษาเล่าเรียนวิชาการต่างๆ จากอาจารย์ที่เก่งที่สุดในแคว้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงสงสัยมาตลอด คือเรื่องของพระมารดา
วันหนึ่ง ขณะที่พระกุมารทรงเจริญพระชนมายุได้ 16 พรรษา ทรงเข้าไปกราบทูลพระบิดา
“ข้าแต่พระบิดา” พระกุมารตรัส “หม่อมฉันอยากทราบว่าเหตุใดพระมารดาของหม่อมฉันจึงสิ้นพระชนม์”
พระเจ้าพรหมทัตทรงนิ่งอึ้ง พระองค์ทรงระลึกถึงวันที่พระมเหสีประชวรหนัก
“ลูกรัก” พระเจ้าพรหมทัตตรัส “สาเหตุที่พระมารดาของเจ้าสิ้นพระชนม์นั้น เป็นเพราะพระนางทรงขาด ยา อย่างหนึ่ง”
พระกุมารทรงเลิกพระขนง
“ยาหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วยาชนิดนั้นคืออะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าพรหมทัตทรงลังเลที่จะตอบ
“ยานั้น…” พระองค์ทรงถอนหายใจ “เป็นยาที่หายากยิ่งนัก เป็นยาที่ได้มาจาก สมองของเด็กที่เกิดมาพร้อมกับ พระเขี้ยวแก้ว”
พระกุมารทรงตกตะลึง พระองค์ทรงทราบดีว่าตนเองนั้นเกิดมาพร้อมกับพระเขี้ยวแก้ว
“หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” พระกุมารตรัสเสียงสั่นเครือ “หม่อมฉัน… หม่อมฉันเองหรือพ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าพรหมทัตทรงหลับพระเนตรลง
“ใช่แล้วลูกรัก” พระองค์ตรัสเสียงแผ่ว “แต่ข้าไม่เคยต้องการสิ่งนั้น ข้าไม่เคยคิดจะเอาชีวิตของเจ้า”
พระกุมารทรงลุกขึ้นยืน ทรงมีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน ทั้งโกรธ เสียใจ และผิดหวัง
“แล้วเหตุใดพระมารดาของหม่อมฉันจึงประชวรหนักถึงเพียงนั้นเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“ความจริงแล้ว” พระเจ้าพรหมทัตทรงเริ่มเล่า “เมื่อพระมารดาของเจ้าประชวรหนัก แพทย์หลวงก็ได้วินิจฉัยว่า สาเหตุเกิดจากการที่พระนางทรง ขาด โลหิต อย่างรุนแรง”
พระกุมารทรงประหลาดพระทัย
“ขาดโลหิตหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้ว… แล้วยาที่ว่านั้น…”
“ยานั้นเป็นเพียง ความเชื่อ ของผู้คนบางกลุ่ม” พระเจ้าพรหมทัตตรัส “ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยาที่รักษาพระมารดาของเจ้าได้ คือ โลหิต จากผู้ที่มี พระเขี้ยวแก้ว”
พระกุมารทรงเข้าใจในที่สุด
“หมายความว่า…” พระกุมารทรงนิ่งคิด “หากหม่อมฉันได้เสียสละโลหิตของตนเอง ก็จะสามารถช่วยชีวิตพระมารดาได้ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าพรหมทัตทรงพยักหน้า
“ถูกต้อง” พระองค์ตรัส “แต่เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าก็ยังเด็กเกินไป และพระมารดาของเจ้าก็… ก็จากไปเสียก่อน”
พระกุมารทรงทรุดพระองค์ลงทรงพระกันแสง
“หม่อมฉันเสียใจที่ช่วยพระมารดาไม่ได้” พระองค์ตรัส “หม่อมฉันเสียใจที่ความปรารถนาของหม่อมฉันที่จะช่วยพระมารดาไม่เป็นผล”
พระเจ้าพรหมทัตทรงโอบกอดพระโอรส
“ลูกรัก” พระองค์ตรัส “เจ้าไม่ต้องเสียใจ เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องราวในอดีตก็ให้มันผ่านไป สิ่งสำคัญคือปัจจุบันและอนาคต”
พระกุมารทรงตั้งพระทัยแน่วแน่
“หม่อมฉันจะทรงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น” พระองค์ตรัส “หม่อมฉันจะไม่ยอมให้ความตายของพระมารดาต้องสูญเปล่า”
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พระกุมารก็ทรงตั้งมั่นในคุณธรรม ทรงเป็นที่รักของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ทรงช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทรงพระราชทานอภัยทานแก่ผู้ที่ทำผิด ทรงบำเพ็ญทาน บารมีต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคต พระกุมารก็ขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาแห่งกรุงพาราณสี ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักและเคารพของพสกนิกร
ครั้งหนึ่ง เมื่อทรงระลึกถึงเรื่องราวในอดีต พระองค์ทรงมีพระราชดำริขึ้นว่า “หากเราในชาตินี้ได้บำเพ็ญบารมีสั่งสมคุณความดีมาอย่างต่อเนื่อง การที่เราได้รับ พระเขี้ยวแก้ว มาตั้งแต่เกิด ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น บุญบารมี ที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน เพื่อให้เราได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นในชาตินี้”
พระองค์ทรงพิจารณาถึง พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความพิเศษ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ของพระมารดา
พระพุทธองค์ได้ตรัสเล่าชาดกนี้ เพื่อแสดงถึงการที่ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงมีพระเขี้ยวแก้วมาตั้งแต่เกิด ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติวิสัย แต่เป็นเพราะบุญบารมีที่สั่งสมมา เพื่อจะได้นำมาซึ่งประโยชน์แก่ผู้อื่น
แม้แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ก็อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบหรือโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การรู้จักใช้สิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ
ทานบารมี, ศีลบารมี, ขันติบารมี, วิริยบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี
— In-Article Ad —
แม้แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ก็อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบหรือโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การรู้จักใช้สิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, ศีลบารมี, ขันติบารมี, วิริยบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี
— Ad Space (728x90) —
214ทุกนิบาตกุมารชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมารผู้เปี่ยมด้วยพระปัญญาและความ...
💡 ปัญญาและเหตุผล ย่อมสามารถเอาชนะกำลังและความรุนแรงได้ การใช้วาจาอันสุนทรและการเจรจาอย่างชาญฉลาด เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
126เอกนิบาตกุรุงคมวกชาดกณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม...
💡 ความเพียร ความขยัน และความซื่อสัตย์ นำมาซึ่งความสำเร็จและการยอมรับ
306จตุกกนิบาตสกุณชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งเหล่าสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู...
💡 ปัญญา เมตตา และการเสียสละ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง
112เอกนิบาตอัคคปัตตชาดก ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญ มีท่านเศรษฐีผู้มั่งคั่งนามว่า อัคคปัตตะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟ...
💡 การให้ทานที่แท้จริงคือการให้ชีวิต ให้ความรู้ และให้โอกาส ซึ่งเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
16เอกนิบาตสิริชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่ง มีพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพราหมณ์ผู้...
💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่สามารถขจัดความทุกข์ และนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบุญบารมี และความสุขแก่ตนเองอีกด้วย
21เอกนิบาตมหาปัญญาวนกชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันสงบร่มรื่นแห่งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ มีพญานกแขกเต้าตนหนึ่ง ท...
💡 อย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานเกินจริง และจงพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่น เพราะบางครั้งผู้ที่ดูน่าสงสาร อาจมีเจตนาแอบแฝงที่ชั่วร้ายอยู่เบื้องหลัง
— Multiplex Ad —